NOTE! This site uses cookies and similar technologies.

If you not change browser settings, you agree to it.

I understand

SDGs for All

SDGs for All is a joint media project of the global news organization International Press Syndicate (INPS) and the lay Buddhist network Soka Gakkai International (SGI). It aims to promote the Sustainable Development Goals (SDGs), which are at the heart of the 2030 Agenda for Sustainable Development, a comprehensive, far-reaching and people-centred set of universal and transformative goals and targets. It offers in-depth news and analyses of local, national, regional and global action for people, planet and prosperity. This project website is also a reference point for discussions, decisions and substantive actions related to 17 goals and 169 targets to move the world onto a sustainable and resilient path.

นักเคลื่อนไหวชาวมอริเตเนียเพื่อต่อต้านการค้าทาสและนักเคลื่อนไหวชาวอิหร่านด้านสิทธิสตรีได้รับมอบรางวัล

โดย เจมชิด บาเรือห์

กรุงเจนีวา (IDN) - นายบิรัม ดาห์ อาบิด เป็นทายาทของอดีตทาสที่ได้รับการขนานนามว่า "เนลสัน แมนเดลา แห่งมอริเตเนีย" และนางชาปารัก ชาจาริซาเดห์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีชาวอิหร่านที่มีชื่อเสียงผู้ได้รับการยกย่องในความกล้าหาญต่อสู้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันแสนเลวร้าย

นายอาบิด ผู้ก่อตั้งโครงการริเริ่มเพื่อการฟื้นคืนการเคลื่อนไหวของผู้รณรงค์การเลิกทาส (IRA) ได้ระดมชาวมอริเตเนียหลายหมื่นคนเพื่อประท้วงการค้าทาส และความล้มเหลวของรัฐบาลในการใช้กฎหมายต่อต้านการค้าทาส

จากการประท้วงต่อเนื่อง การยึดพื้นที่ประท้วง การอดอาหารประท้วง การเดินขบวน และการเผยแพร่ข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ นายอาบิด กดดันรัฐบาลเพื่อให้เจ้าของทาสรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมของตน และสร้างความตระหนักถึงโอกาสการเลิกทาสในมอริเตเนีย

เขาถูกรัฐบาลมอริเตเนียคุมขังหลายครั้งตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กล่าวคือในเดือนธันวาคมปี 2553, ในปี 2555, ในปี 2557 ซึ่งเขาถูกคุมขังมากกว่าหนึ่งปีครึ่ง และล่าสุดในปี 2561 เป็นเวลาห้าเดือน

แม้ต้องเผชิญกับการคุกคามและการคุมขัง นายอาบิดก็ไม่ลดละที่จะส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายมอริเตเนียเรื่องการห้ามค้าทาส รวมทั้งปรับปรุงการบูรณาการทางสังคมและการดำรงชีวิตของอดีตทาสและสมาชิกคนอื่น ๆ ของประชากรชาวแอฟริกันผิวดำส่วนใหญ่ที่เผชิญกับการเลือกปฏิบัติ

ในปี 2560 นายอาบิดได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารไทม์ให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่สำคัญที่สุดในโลก

ในขณะที่เขาได้รับรางวัล Geneva Summit Courage Award 2020 นางชาปารัก ชาจาริซาเดห์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีชาวอิหร่านที่มีชื่อเสียงผู้ถูกจำคุก ทำร้าย และถูกทารุณเพียงเพราะการดึงผ้าโพกหัวออกในที่สาธารณะ เธอได้รับรางวัล International Women’s Rights Award จากงาน Geneva Summit 2020 ในงานเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ซึ่งรางวัลดังกล่าวนำเสนอโดยพันธมิตรระดับนานาชาติขององค์กรสิทธิมนุษยชน 25 แห่ง

"ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลของประเทศนี้ขึ้นชื่อด้านการกดขี่ข่มเหง ทรมาน และคุมขังผู้คนที่อยู่อย่างสันติ ซึ่งอาชญากรรมเพียงอย่างเดียวที่ผู้คนเหล่านั้นก่อคือการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและต่อต้านการเลือกปฏิบัติ" นายอาบิดกล่าว "ในนามของรัฐบาลและด้วยจิตวิญญาณความกล้าหาญ ผมรู้สึกนอบน้อมและปลื้มปีติยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้"

นายฮิลเลล นอยเออร์ กรรมการบริหารองค์การสหประชาชาติวอทช์ ผู้ร่วมจัดการประชุมพร้อมด้วยสหพันธ์เสรีนิยมสากล มูลนิธิสิทธิมนุษยชน และกลุ่มสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ กว่า 20 กลุ่ม กล่าวว่านายอาบิดได้รับเลือกเพราะ "ความมุ่งมั่นใจกล้าต่อสู้กับการค้าทาสในมอริเตเนีย ปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหลายแสนคนโดยแลกด้วยเสรีภาพของเขาเอง"

ผู้ได้รับรางวัล Courage Award ก่อนหน้านี้ประกอบด้วย นายดอห์นดัพ หวังเชิน นักโทษการเมืองและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวทิเบต นายไรฟ์ บาดาวี บล็อกเกอร์ชาวซาอุดีอาระเบียที่ถูกคุมขัง นายอันโตนิโอ เลเดซมา ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา และนายวลาดิมีร์ คารา-มูร์ซา ผู้คัดค้านชาวรัสเซีย

ผู้ได้รับรางวัลสองคน ทั้งนายอาบิดและนางชาจาริซาเดห์ กล่าวขอบคุณนักการทูตแห่งสหประชาชาติ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และนักข่าวจากทั่วโลกให้เข้าร่วมงาน Geneva Summit for Human Rights and Democracy ที่จัดขึ้นทุกปีเป็นครั้งที่ 12

นักเคลื่อนไหวชาวอิหร่านนี้กลายเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวอารยะขัดขืนที่เรียกว่า "เกิร์ล ออฟ เรโวลูชัน สตรีท" และ "ไวท์ เวดน์เดย์" เธอถูกจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เนื่องจากไม่สวมฮิญาบ ซึ่งนั่นถือเป็นการไม่ยอมรับต่อกฎหมายที่อิหร่านบังคับใช้ ในปีนั้น นางชาจาริซาเดห์ได้รับการขนานนามจาก BBC ว่าเป็นหนึ่งในสตรี 100 คนผู้สร้างแรงบันดาลใจและมีบทบาทโน้มน้าวมากที่สุดในโลก

"ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้" นางชาจาริซาเดห์กล่าว "ฉันมีกำลังใจมากขึ้นที่จะสานต่อการมีส่วนร่วมที่แม้จะเล็กน้อยเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ในนามของสตรีผู้กล้าชาวอิหร่าน รวมทั้งสตรีทุกคนทั่วโลกที่เสี่ยงชีวิตอยู่ทุกวันเพื่อยึดถือศักดิ์ศรีของตนเอง ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม และปกป้องสิทธิมนุษยชน"

นางชาจาริซาเดห์ได้รับเลือกเนื่องด้วย "การปกป้องสิทธิสตรีในอิหร่านอย่างกล้าหาญ ต่อการที่เธอถูกจำคุก ถูกทุบตี และถูกทารุณ" นายนอยเออร์กล่าว

ผู้ที่ได้รับรางวัลสิทธิสตรีสากลก่อนหน้านี้ ได้แก่ นางนิมโค อาลิ นักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการขริบอวัยวะเพศหญิง นางจูเลียนน์ ลูเซนจ์ นักเคลื่อนไหวชาวคองโกที่ต่อต้านการข่มขืน และนางเวียน ดักฮิล สมาชิกยาซิดิของรัฐสภาอิรัก

สำหรับการประชุมสุดยอดในกรุงเจนีวาครั้งที่ 12 นางชาจาริซาเดห์ได้เข้าร่วมกับผู้ได้รับรางวัลด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ จากทั่วโลก ซึ่งรวมถึงผู้คัดค้าน นักเคลื่อนไหว เหยื่อ และญาติผู้ต้องขังทางการเมืองจากอิหร่าน จีน ปากีสถาน คิวบา รัสเซีย ตุรกี และเวเนซุเอลา ซึ่งล้วนคือผู้ที่จะเป็นพยานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศของตน

งานนี้จัดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุมครั้งสำคัญประจำปีของคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการสถานการณ์เร่งด่วนในวาระการประชุมระดับโลก "เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้นสำหรับผู้คัดค้านทั่วโลก" นายนิวเออร์กล่าว [IDN-InDepthNews - 20 กุมภาพันธ์ 2563]

ภาพ: ภาพปะติดของนายบิรัม ดาห์ อาบิด จากมอริเตเนีย และนางชาปารัก ชาจาริซาเดห์ จากอิหร่าน

Striving

Striving for People Planet and Peace 2019

Mapting

MAPTING

Fostering Global Citizenship

Partners

SDG Media Compact


Please publish modules in offcanvas position.